การเลี้ยงปลาสวยงาม

การเลี้ยงปลาสวยงาม

การเลี้ยงปลาสวยงาม

ชนิดของปลาสวยงาม สามารถจำแนกออกได้อย่างมากมาย แต่ที่นิยมเลี้ยงในประเทศไทย เช่น ปลาทอง ปลากัด ปลาหางยกยูง ปลาคาร์พ ปลาหมอสี ปลามังกร เป็นต้น
การจัดการตู้ปลา
1. การเลือกตู้ปลาสวยงาม โดยทั่วไปที่ใช้ ก็คือ ขนาดปลา 1 นิ้วต่อน้ำ 5 แกลลอน แต่ถ้าขนาดตู้ยิ่งใหญ่ยิ่งดี ที่สำคัญสถานที่ตั้งของตู้ปลา ไม่ควรใกล้ประตูหรือหน้าต่าง เพราะอาจจะโดนแสงแดด ซึ่งอาจทำให้เกิดตะไคร้ได้ง่าย
2. เครื่องกรองน้ำ ซึ่งมีประโยชน์ต่อปลามาก นอกจากจะช่วยรักษาคุณภาพน้ำ แล้วยังช่วยกรองเศษอาหารและของเสียที่ปลาถ่ายออกมาอีกด้วย ควรมีพื้นที่ 1/3 – 1/4 ของพื้นที่ตู้เลี้ยงทั้งหมด สำหรับวัสดุกรองที่นิยมใช้ เช่น หินกรอง, ใยแก้ว, ฟองน้ำ เป็นต้น
3. การให้ออกซิเจน เป็นสิ่งที่จำเป็นสูงสุดต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด รวมทั้ง ปลา ซึ่งปริมาณที่ให้ขึ้นอยู่กับชนิดปลาสวยงามที่เลี้ยง จำนวนของปลา

การจัดการคุณภาพน้ำ
1. น้ำต้องไม่มีคลอรีน โดยควรพักน้ำให้คลอรีนระเหยจนหมด หรืออาจใช้สารโซเดียมไธโอซัลเฟตหรือสารจับคลอรีนเพื่อเร่งให้คลอรีนหมดเร็วขึ้น โดยคลอรีนเป็นพิษสำหรับปลาและจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ที่อาศัยในระบบกรอง
2. ควรเปิดเครื่องกรองน้ำให้ทำงานก่อนปล่อยปลาลงตู้ เพื่อปรับสมดุลแก่จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในระบบ
3. ควรล้างเครื่องกรองน้ำด้วยน้ำเลี้ยงปลาเดิม เพื่อรักษาจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในระบบไว้
4. ควรมีการตรวจคุณภาพน้ำอยู่เป็นประจำ เช่น แอมโมเนีย ไนไตรท์ ค่าความเป็นกรด-ด่าง ความกระด้างหรือสารพิษในน้ำ ซึ่งเบื้องต้นอาจสังเกตุจากสีและกลิ่นของน้ำที่เปลี่ยนไป

อาหารและสารอาหารที่เหมาะสม
1. อาหาร ชนิดอาหารสำหรับปลาสวยงามมีหลายชนิด โดยรูปแบบอาหารที่มี ได้แก่ ชนิดแผ่น ชนิดเม็ดแบบลอย ชนิดเม็ดแบบจม อาหารสดแช่แข็งหรืออาหารสดมีชีวิต ซึ่งมีสารอาหารแตกต่างกันออกไป
ดังนั้นการให้อาหารจึงคำนึงถึงชนิดปลา ช่วงวัย และขนาดปากของปลาร่วมด้วย ปัจจุบันผู้เลี้ยงสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปได้ง่าย สะดวก และมีคุณค่าสารอาหารครบถ้วน
2. สารอาหารที่เหมาะสม ปลาที่ได้รับอาหารที่ดีและมีคุณค่าครบถ้วน จะทำให้ปลามีสุขภาพที่ดี โครงสร้างและสีสันสวยงาม มีการเจริญเติบโตที่ดี ซึ่งมีปลาจำนวนไม่น้อยที่มีปัญหาขาดสารอาหาร ซึ่งจะส่งผลในระยะยาวที่ตามมา เช่น
โครงสร้างผิดรูป การเจริญเติบโตช้า สีไม่สวย ภูมิคุ้มกันต่ำ เกิดการเจ็บป่วยเรื่อยรัง ซึ่งสารอาหารที่สำคัญ มีดังนี้

โปรตีน : เพื่อใช้ในการเจริญเติบโต และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
ไขมัน : เพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงาน และสารตั้งต้นของฮอร์โมน รวมทั้งเป็นตัวนำวิตามินที่ละลายในไขมัน
คาร์บอไฮเดรต : แหล่งพลังงานที่สำคัญ เป็นโครงสร้างของร่างกาย เยื่อหุ้มเซลล์ เนื้อเยื่อในอวัยวะต่างๆ
วิตามิน : ต้องการในปริมาณที่น้อย แต่ขาดไม่ได้ เพื่อให้กระบวนการเมแทบอลิซึมทำงานเป็นไปอย่างปกติ
แร่ธาตุ : ต้องการในปริมาณที่น้อย แต่ขาดไม่ได้ เพื่อให้ร่างกายทำงานเป็นไปอย่างปกติ