ธุรกิจปลากัดไทย

ธุรกิจปลากัดไทย

ผู้คนที่ก้าวเข้าสู่วงการปลากัดไทยนั้น มักมีเหตุผลที่แตกต่างกันไป สำหรับคุณทรงพล มะลิซ้อน และภรรยา คุณพิสมัย ลิ้มเจริญ พวกเขาเป็นชาวนครปฐมที่มีความฝันร่วมกันในการเปลี่ยนแปลงความชอบในปลากัดให้กลายเป็นธุรกิจ ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงเริ่มต้นหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับปลากัด แม้ว่าพวกเขาจะยังขาดซึ่งความรู้ทางด้านธุรกิจการตลาดที่จะทำให้ความชอบนั้นแปรเปลี่ยนเป็นธุรกิจที่สร้างผลประโยชน์ให้กับพวกเขาได้

ปลากัดไทย หรือที่บางครั้งเรามักรู้จักกันในนามว่าเบตตา มีจุดเด่นอยู่ประการหนึ่งคือ ปลากัดสองตัวจะต่อสู้กันทันทีโดยสัญชาตญาณเมื่อเผชิญหน้ากัน อย่างไรก็ตาม คุณทรงพลและคุณพิสมัยไม่ได้มีความสนใจในลักษณะทางธรรมชาตินั้นของปลากัด แต่กลับกัน พวกเขาชอบเอกลักษณ์ความมีสีสัน ความสวยงาม และท่าทางการว่ายน้ำของปลากัด ซึ่งคุณพิสมัยเรียกเอกลักษณ์เหล่านี้ว่าเป็น “เสน่ห์” ของปลากัดเลยทีเดียว ด้วยความชื่นชมในความงดงามของปลากัดเป็นอย่างมาก พวกเขาจึงเริ่มต้นที่จะเพาะพันธุ์ปลากัด แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็ได้ค้นพบว่า ธุรกิจนี้มีความท้าทายอยู่เช่นกัน

“ผมเคยคิดว่าการทำธุรกิจนี้ไม่ได้ยุ่งยากอะไรมาก เพียงแต่เพาะพันธุ์ปลาและขายปลาไปเท่านั้นแต่จริง ๆ แล้วมันก็ไม่ง่ายเลย… มีหลายคนที่ต้องยอมแพ้ไป” คุณทรงพลกล่าว
คุณทรงพลและคุณพิสมัยทำอาชีพผู้เพาะเลี้ยงพันธุ์ปลากัดมานานกว่า 8 เดือนแล้ว แต่เส้นทางการสร้างผลตอบแทนที่ดีนั้นกลับไม่ได้ง่ายเลย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พวกเขาทำการลงทุนอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยลักษณะการทำงานที่ดำเนินไปโดยคนสองคนนั้น ก็สามารถสร้างความท้าทายให้พวกเขาไม่น้อยเลยทีเดียว

ภายหลังเข้าร่วมการอบรมเชิงปฎิบัติการ พวกเขาได้เรียนรู้วิธีการที่หลากหลายในการจำหน่ายปลา กล่าวคือ ในการจำหน่ายนั้น พวกเขาไม่จำเป็นที่จะต้องขายปลาทั้งหมดในทีเดียว เพราะการขายทั้งหมดในครั้งเดียวนั้นจะทำให้ราคาต่อหน่วยและอัตราส่วนของกำไรโดยรวมลดลงเป็นอย่างมาก การได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่จัดขึ้นจึงทำให้คุณทรงพลและคุณพิสมัยได้เรียนรู้ทักษะการตลาดเพิ่มขึ้น ทั้งยังสามารถทำการตลาดออนไลน์ได้อีกด้วย “มีผู้ประกอบการปลากัดในนครปฐมจำนวนมากที่ยังนิยมขายปลากัดแบบเหมาขายในราคาที่ถูกมาก แต่ตอนนี้พวกเขาเริ่มหันมาขายปลีกกัน เพราะได้เรียนรู้แล้วว่าปลากัดมีคุณค่ามากกว่านั้น และนั่นทำให้พวกเขาได้รับรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น ผมคิดว่าหากพวกเราไม่ได้เข้าร่วมการอบรมในครั้งนี้ พวกเราคงจะยังขายปลากัดแบบเหมาขายกันอยู่”

ด้วยอัตราความมั่งคั่งที่เพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มคนรวย และปัญหาความไม่เสมอภาคในสังคม การสนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กและขนาดย่อมจึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยพวกเขาให้รุ้สึกว่าไม่ถูกทอดทิ้ง สถาบันคีนันแห่งเอเซียจึงนับเป็นอีกองค์กรหนึ่งที่สนับสนุนให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้ทักษะที่จำเป็นในการบริหาร จัดการ และดำเนินธุรกิจขนาดเล็กให้เติบโตต่อไปได้